Cover ImageForeground Image

การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโรงงาน: ขั้นตอนที่เจ้าของต้องรู้

HeartPNG
doteyedotlike
copy

ขั้นตอนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโรงงานอย่างถูกกฎหมาย ตรวจโฉนด ภาระจำนอง ผังเมือง ค่าธรรมเนียม-ภาษี โอนใบอนุญาต รง.4 และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ครบ

  การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโรงงานเป็นขั้นตอนสำคัญที่เจ้าของโรงงานหรือผู้ซื้อขายไม่ควรมองข้าม เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับสิทธิทางกฎหมายและความถูกต้องของทรัพย์สิน หากดำเนินการไม่ถูกต้องอาจเกิดปัญหาตามมาได้ในภายหลัง เช่น การถือครองไม่สมบูรณ์ หรือข้อพิพาทด้านกรรมสิทธิ์ การโอนกรรมสิทธิ์โรงงานจึงต้องผ่านขั้นตอนตามกฎหมายอย่างเป็นระบบ


  การ “โอนกรรมสิทธิ์โรงงาน” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการเปลี่ยนชื่อเจ้าของในโฉนดเท่านั้น แต่เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับเอกสารหลายชุด หน่วยงานหลายแห่ง และข้อกฎหมายเฉพาะทางที่ต้องเข้าใจให้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากโรงงานนั้นมีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) หรือมีเครื่องจักร ระบบไฟฟ้า และพนักงานอยู่ในพื้นที่ การโอนให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นจะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจตามมาในภายหลัง เช่น การโอนสิทธิ์ไม่สมบูรณ์ การใช้ใบอนุญาตผิดชื่อ หรือความขัดแย้งเรื่องภาษี
1. ตรวจสอบเอกสารสิทธิ์และสถานะของโรงงาน

  ก่อนจะเริ่มขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์ สิ่งแรกที่เจ้าของโรงงานหรือผู้ซื้อควรทำคือ ตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ในที่ดินและอาคารโรงงาน ว่าถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ได้แก่

  • โฉนดที่ดิน (น.ส.4 จ) ต้องเป็นชื่อเจ้าของปัจจุบัน และไม่มีภาระผูกพัน เช่น จำนอง หรือคำสั่งศาล
  • ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) ตรวจสอบว่าออกโดยชื่อผู้ถือสิทธิ์คนเดิม และยังไม่หมดอายุ
  • ใบอนุญาตก่อสร้างอาคารโรงงาน หรือเอกสารรับรองจากเทศบาล/อบต.
  • หนังสือรับรองบริษัท (กรณีเป็นนิติบุคคล) และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ขั้นตอนนี้แม้จะดูเล็กน้อย แต่เป็นจุดที่คนจำนวนมากมักพลาด เพราะหากเอกสารใดไม่ตรงกัน จะไม่สามารถโอนได้ในวันเดียว ต้องกลับมาแก้ไขและยื่นใหม่
เตือนให้ตรวจสอบว่า “ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4)” ตรงกับ ประเภทกิจการ ของโรงงานนั้น เพราะบางรายขายกิจการแต่ผู้ซื้อทำกิจการคนละประเภท จะใช้ใบอนุญาตเดิมไม่ได้ หากที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างอยู่ภายใต้ภาระจำนอง ต้องขอความยินยอมจากผู้รับจำนอง (เช่น ธนาคาร) ก่อนโอน

2 . ตรวจสอบเงื่อนไขการใช้ที่ดินและเขตอุตสาหกรรม

  โรงงานบางแห่งตั้งอยู่ใน เขตประกอบการอุตสาหกรรม หรืออยู่ภายใต้การกำกับของ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) การโอนกรรมสิทธิ์ในพื้นที่เหล่านี้ต้องได้รับอนุมัติจากหน่วยงานที่กำกับดูแลก่อนเสมอ

  ส่วนโรงงานที่อยู่นอกนิคม ก็ควรตรวจสอบกับ ผังเมืองรวมจังหวัด ว่าพื้นที่ดังกล่าวยังสามารถประกอบกิจการประเภทเดิมได้หรือไม่ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ซื้อรายใหม่จะสามารถดำเนินกิจการต่อได้โดยไม่ผิดกฎหมาย biggerland อยู่บนพื้นที่สีม่วง หรือ พื้นที่อุตสาหกรรม

  สำหรับโรงงานนอกนิคม ควรแทรกการตรวจสอบ “ผังสีม่วง” ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ว่าพื้นที่นั้นอนุญาตให้ประกอบกิจการประเภทนั้นหรือไม่

3. การประเมินมูลค่าโรงงานและทรัพย์สิน

  ก่อนโอน เจ้าของมักต้อง ประเมินมูลค่าทรัพย์สินโรงงาน ทั้งในส่วนของที่ดิน อาคาร และเครื่องจักร เพื่อใช้ประกอบในการคำนวณภาษี และทำสัญญาซื้อขายให้มีราคาที่เหมาะสม

  มูลค่านี้สามารถให้ เจ้าหน้าที่ประเมินของกรมธนารักษ์ หรือ บริษัทประเมินอิสระที่ได้รับอนุญาต เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งจะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายมีหลักฐานอ้างอิง และลดความเสี่ยงในการเสียภาษีเกินจริงหรือขาดจริง

4. เตรียมเอกสารการโอนกรรมสิทธิ์

  เมื่อทุกอย่างพร้อม ขั้นตอนต่อไปคือการจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน โดยทั่วไปต้องใช้เอกสารหลักดังนี้

กรณีผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดา

  • บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน
  • โฉนดที่ดินตัวจริง
  • หนังสือรับรองสิ่งปลูกสร้าง
  • ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ถ้ามี)
  • แบบฟอร์มภาษีและใบเสร็จชำระภาษีที่เกี่ยวข้อง

กรณีผู้ขายเป็นนิติบุคคล (บริษัท/ห้างหุ้นส่วน)

  • หนังสือรับรองบริษัทและวัตถุประสงค์
  • รายชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
  • หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามอบให้ผู้อื่นดำเนินการแทน)
  • บัญชีทรัพย์สินของบริษัทที่ระบุว่าโรงงานเป็นทรัพย์สินของบริษัทจริง
5. ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน

การโอนกรรมสิทธิ์โรงงานจะต้องดำเนินการที่ สำนักงานที่ดินในเขตที่โรงงานตั้งอยู่ โดยทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องเดินทางไปพร้อมกัน

ขั้นตอนที่สำนักงานที่ดิน

  1. ยื่นคำขอโอนกรรมสิทธิ์
  2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและสิทธิ์ในที่ดิน
  3. ประเมินค่าธรรมเนียมและภาษี
  4. ผู้ซื้อและผู้ขายลงลายมือชื่อในสัญญาซื้อขาย
  5. ชำระค่าธรรมเนียมและภาษี
  6. รับโฉนดฉบับใหม่ในชื่อผู้ซื้อ

ค่าธรรมเนียมและภาษีที่เกี่ยวข้องมีดังนี้

  • ค่าธรรมเนียมการโอน: 2% ของราคาประเมิน
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ: 3.3% ของราคาขาย (ถ้าถือครองไม่ถึง 5 ปี)
  • ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ตามอัตราก้าวหน้า)
  • อากรแสตมป์: 0.5% ของราคาขาย (ในกรณีไม่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ)
6. โอนใบอนุญาต รง.4 ให้ผู้ซื้อรายใหม่

  หลังจากที่โฉนดได้เปลี่ยนชื่อเป็นของผู้ซื้อแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ โอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) ให้กับเจ้าของรายใหม่   ผู้รับโอนต้องยื่นคำขอเปลี่ยนชื่อผู้รับอนุญาตที่ กรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด โดยใช้เอกสารประกอบ เช่น

  • สำเนาใบอนุญาต รง.4 เดิม
  • สำเนาโฉนดที่ดินใหม่
  • หนังสือยินยอมจากเจ้าของเดิม
  • แผนผังโรงงาน
  • รายละเอียดเครื่องจักรและกำลังการผลิต

  หน่วยงานจะตรวจสอบว่าผู้รับโอนมีคุณสมบัติตามกฎหมายโรงงาน พ.ศ. 2535 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องหรือไม่ หากครบถ้วนจะออกใบอนุญาตใหม่ในชื่อเจ้าของรายใหม่

7. แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  เมื่อโอนกรรมสิทธิ์และใบอนุญาตเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมแจ้งเปลี่ยนแปลงชื่อเจ้าของโรงงานกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น

  • การไฟฟ้าฯ และการประปาฯ
  • กรมสรรพากร (เพื่อปรับข้อมูลภาษี)
  • ประกันสังคม (กรณีมีลูกจ้าง)
  • ธนาคารหรือสถาบันการเงิน (ถ้ามีสินเชื่อหรือหลักประกัน)

  ขั้นตอนนี้สำคัญเพราะจะช่วยให้การดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง ไม่เกิดปัญหาด้านใบเสร็จ ภาษี หรือการตรวจสอบในอนาคต

8. ตรวจสอบภาษีหลังโอนและเก็บเอกสารสำคัญ

  หลังการโอน ควรตรวจสอบภาษีที่เกิดขึ้น เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ว่ามีการเปลี่ยนชื่อผู้เสียภาษีแล้วหรือไม่ และเก็บเอกสารทุกฉบับไว้เป็นหลักฐาน ทั้งสัญญาซื้อขาย ใบเสร็จค่าธรรมเนียม และใบอนุญาตใหม่ เพื่อใช้ยืนยันสิทธิ์ในอนาคต

บทสรุปส่งท้าย ✅ ตรวจสอบสิทธิ์และเอกสารทุกขั้นตอน ✅ ประเมินมูลค่าทรัพย์สินให้โปร่งใส ✅ โอนใบอนุญาตโรงงานให้ถูกต้อง

copy

บทความอื่นๆ